|
หลักสูตรและการใช้หลักสูตรปัจจุบัน
( ปีการศึกษา 2550 )
มัธยมศึกษาตอนต้น ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544
กระทรวงศึกษาธิการ สำหรับระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3
มัธยมศึกษาตอนปลาย ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544
กระทรวงศึกษาธิการ สำหรับระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4-6
การศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2544 แทนหลักสูตรระดับประถมศึกษา
มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย
โดยมีเงื่อนไขการใช้หลักสูตร ให้ทุกโรงเรียนเริ่มจากปีการศึกษา 2546
และจะครบทุกชั้นเรียนในปีการศึกษา 2548
ปีการศึกษา 2546 โรงเรียนท่าแร่ศึกษา เริ่มใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นครั้งแรก
ในระดับชั้น ม.1 และ ม.4 และจะขยายเพิ่มเติมคราวละชั้นปี จนครบ
ทุกระดับชั้นในปี 2548
ปีการศึกษา 2549 โรงเรียนท่าแร่ศึกษาได้ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานครบทั้ง
3 ปี
ในระดับชั้น ม.1 , ม.2 , ม.4 ,ม.5 และ ม. 6
โรงเรียนท่าแร่ศึกษา ได้จัดกระบวนการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ
ตามความถนัด ความสามารถ
ความสนใจของผู้เรียน และความต้องการของท้องถิ่น เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีคุณลักษณะตามที่สังคมต้องการ
อย่างเต็มศักยภาพตามที่โรงเรียนมี
การวัดและประเมินผล
โรงเรียนท่าแร่ศึกษา ได้ดำเนินการวัดและประเมินผลตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ
และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อย่างสอดคล้องกับพระราชบัญญัติ
การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
ด้านปริมาณการจัดการศึกษา
จำนวนนักเรียนทั้งหมด
444 แบ่งห้องเรียนเป็น 13 ห้อง
ระดับชั้น
ม. 1 จำนวน 3 ห้อง ระดับชั้น ม. 2 จำนวน 3 ห้อง ระดับชั้น ม. 3 จำนวน
4 ห้อระดับชั้น ม. 4 จำนวน 1 ห้อง
ระดับชั้น
ม. 5 จำนวน 1 ห้อง ระดับชั้น ม. 6 จำนวน 1 ห้อง
ด้านคุณภาพการศึกษา
1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนอยู่ในระดับพอใช้
2. นักเรียนบางส่วนยังไม่เห็นความสำคัญของการศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพ
3. นำความรู้ของท้องถิ่น หรือภูมิปัญญาชาวบ้านมาส่งเสริมการจัดการเรียนการสอน
4. นำเทคโนโลยี และวิทยาการสมัยใหม่มาใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน
5. มีการพัฒนาบุคลากรในด้านการอบรมและสัมมนาดูงานอยู่เสมอ
6. ครูยังขาดแคลนงบประมาณ ในการผลิตสื่อและอุปกรณ์ประกอบการเรียนการสอนที่ดี
และมี ประสิทธิภาพ
ด้านบริหารการศึกษา
ระบบการประสานงานภายในองค์กรได้ปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อยู่ในระดับ
ดีขึ้น
การบริหารจัดการในระบบการศึกษาภายในสถานศึกษาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
อยู่ในระดับ ดี
3. มีความจำเป็นต้องปรับปรุงระบบการบริหารงบประมาณและพัสดุให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด
ด้านอาคารสถานที่
1. มีห้องปฏิบัติการเพียงพอกับความต้องการของนักเรียน
2. ปรับปรุงด้านระบบการทำลายขยะมูลฝอยของโรงเรียนเนื่องจากไม่มีหน่วยบริการในการจัดเก็บ
และทำลายขยะของเทศบาลออกมาดำเนินการจัดเก็บให้เนื่องจากอยู่ไกลจากตัวชุมชน
3. ปรับปรุงอาคารเรียนและอาคารประกอบ เนื่องจากมีความชำรุดเป็นอย่างมากโดยเฉพาะประตูและ
หน้าต่าง จนสามารถใช้ประกอบการได้ดี
4. มีน้ำท่วมขังในบางแห่งของพื้นที่ใช้สอย เนื่องจากไม่มีทางระบายน้ำและพื้นดินเป็นหินลูกรัง
น้ำไม่ซึมผ่าน
5. ปรับปรุงโรงอาหารและห้องน้ำให้ถูกสุขลักษณะ และเพียงพอต่อการจำนวนนักเรียน
จุดแข็งและจุดอ่อนของโรงเรียน
จุดแข็งของโรงเรียน
1. ครู / บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
อยู่ร่วมกันอย่างมีรัก ความสามัคคี
ไม่แบ่งแยกศาสนา
2. ครู / บุคลากรทางการศึกษา ได้รับการพัฒนาในทุกๆ ด้านอยู่ตลอดเวลา
บุคลากรทุกฝ่ายมีการทำงานแบบมีส่วนร่วม
มีความกระตือรือร้นในการทำงานและพัฒนาตนเอง
จุดอ่อนของโรงเรียน
1. ครู มีวุฒิการศึกษาไม่ตรงกับวิชาที่ทำการสอน ทำให้การเรียนการสอนขาดประสิทธิภาพ
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนอยู่ในระดับพอใช้ ต้องพัฒนาทั้งการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง
3. สถานศึกษาตั้งอยู่ห่างจากตัวชุมชน ทำให้ขาดการประสานความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับชุมชน
4. โรงเรียนขาดแคลนสื่อวัสดุ-อุปกรณ์ที่เอื้อต่อการเรียนการสอน
|